โพสต์โดย : Admin เมื่อ 19 ส.ค. 2561 07:49:04 น. เข้าชม 46 ครั้ง แจ้งลบ
☰กดไลค์หรือแชร์ เรื่องนี้ให้เพื่อนรู้ >>>
หลายคนที่ไปเที่ยวโตเกียว ถ้าพลาดที่นี่ถือว่ายังไปไม่ถึงโตเกียวเลยก็ว่าได้ ตามเรามาไหว้พระ ขอพรเจ้าแม่กวนอิม หรือ พระโพธิสัตว์คันนน (Kannon Bosatsu) ที่ วัดเซ็นโซจิ (Sensoji Temple) หรือที่ใครๆ ต่างเรียกกันติดปากว่า วัดอาซากุสะ (Asakusa Temple) นั่นเองค่ะ

ที่วัดเซ็นโซจินี้ มีสัญลักษณ์เป็นโคมสีแดงใหญ่ ที่เขียนเป็นตัวอักษรคันจิว่า Kaminari-Mon ซึ่งแปลว่า ประตูสายฟ้า ค่ะ ทำให้ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมา หรือนักท่องเที่ยวจดจำวัดนี้ได้เป็นอย่างดี และด้วยที่ตั้งที่อยู่ในย่านอาซากุสะ ทำให้ทุกคนเรียกวัดนี้ว่า วัดอาซากุสะ นั่นเอง


ก่อนที่เราจะไปเดินเที่ยวกันให้ทั่ววัดอาซากุสะ เรามารู้จักวัดคร่าวๆ กันก่อนค่ะ วัดนี้เป็นวัดพุทธที่นับถือเจ้าแม่กวนอิม หรือ พระโพธิสัตว์คันนน (Kannon Bosatsu) และเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียวเลยทีเดียว มีประวัติความเป็นมาว่า เมื่อ ค.ศ.628 มี 2 พี่น้องชาวประมง พบองค์เจ้าแม่กวนอิมขนาดเล็กที่ แม่น้ำซูมิดะ (Sumida) แม่น้ำในย่านอาซากุสะ และได้นำกลับเข้าหมู่บ้าน และหัวหน้าหมู่บ้านจึงประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิมไว้ที่บ้านเพื่อเก็บรักษาองค์เจ้าแม่กวนอิม และเปิดให้ชาวบ้านมากราบไหว้
หลังจากนั้นก็ได้บริจาคพื้นที่บ้านให้สร้างวัดเซ็นโซจิขึ้นใน ค.ศ.645 ค่ะ ต่อมาวัดนี้ได้ถูกทำลายลงในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และหลังจากนั้นก็มีการสร้างใหม่ขึ้นมาอีกเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่และความสงบสุข เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวของชาวญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ


รู้จักวัดกันคร่าวๆ แล้ว เรามาเดินเที่ยวรอบวัดกันดีกว่า จุดแรกที่พลาดไม่ได้ก็คือ โคมสีแดงใหญ่ ถึง 3 เมตรที่ซุ้มประตูทางเข้าวัดค่ะ ตรงจุดนี้คือไฮไลท์ที่สุดของวัดแล้ว ทุกคนจะแวะกันมาถ่ายรูปตรงจุดนี้



เดินต่อไปก็จะเป็นส่วนของตัววัดที่สามารถเข้าชมได้ฟรี และ เจดีย์ 5 ชั้นภายในวัดที่สูงถึง 64 เมตร และสวยงามมากค่ะ


นอกจากนี้จะมีความเชื่อในเรื่องของ กระถางธูป หน้าวัด ที่เชื่อว่าถ้ากวักเอาควันธูปเข้าหาตัวจะนำความโชคดีมาให้ค่ะ ทำให้ตรงจุดนี้มีนักท่องเที่ยวและคนญี่ปุ่นเองมากวักควันธูปเข้าหาตัวกันมากมายทีเดียว นอกจากนี้การทำบุญด้วยเหรียญโกะเอน (Go-en) หรือ เหรียญ 5 เยน จะทำให้โชคดียิ่งขึ้นไปอีกค่ะ


หลังจากขอพร ทำบุญกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราย้อนกลับมาเดินเล่นที่ด้านหน้าของวัดกันบ้าง ตรงด้านนี้จะเป็นคล้ายๆ ย่านการค้าที่มีร้านรวงเปิดขายของที่ระลึกต่างๆ ร้านขนม ร้านของฝาก และอื่นๆ ถึง 2 ซอยด้วยกันค่ะ แต่เรามากันเช้ามากๆ ร้านเลยยังเปิดไม่ครบเท่าไหร่ แต่ก็ได้มุมถ่ายรูปสวยๆ ไปอีกแบบจ้า แถมเรายังแอบไปหมุนกาชาปองเฉพาะของวัดกลับไปเป็นที่ระลึกด้วย







เดินทะลุผ่านวัดมาที่ด้านข้างของตัววัด เราจะเจอทางเดินไปยังย่านการค้าอีกแห่ง ซึ่งจุดนี้มีไฮไลท์ตรง เมล่อนปัง ค่ะ ของอร่อยที่พลาดไม่ได้หากมาถึงวัดอาซากุสะ แน่นอนว่า มีรสชาติต่างๆ ให้เลือกอร่อย แถวยาวมากๆ ทีเดียว อบเสร็จใหม่ๆ อร่อยสุดๆ แป้งนุ่มนิ่มมากๆ ใครมาถึงที่นี่ต้องมาแวะชิมให้ได้นะจ๊ะ !





นอกจากนี้ สำหรับคนที่อยากได้ความโชคดีเต็มเม็ดเต็มหน่วยกลับไป ก็สามารถเช่าเครื่องรางของทางวัด ที่ต้องอำนวยอวยพรในเรื่องต่างๆ ทั้ง สุขภาพ การเงิน การงาน การเรียน หรือเรื่องเนื้อคู่ กลับไปได้อีกด้วยค่ะ
สำหรับช่วงเวลาที่เรามานั้นเป็นช่วงปลายๆ ฤดูใบไม้ผลิแล้วค่ะ ทำให้อากาศร้อนหน่อยๆ มีแดดพอสมควร ถ้ามาให้ช่วงฤดูใบไม้ร่วง บรรยากาศวัดก็จะสวยมากๆ กว่านี้อีก อีกทั้งในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ วัดเซนโซจิ จะเป็นสถานที่จัดเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดและได้รับความนิยมมากที่สุดในโตเกียว เทศกาลมีระยะเวลา 3-4 วัน ระหว่างนี้ถนนใกล้เคียงจะปิดการจราจรตั้งแต่เช้าจนถึงหัวค่ำเลยค่ะ แต่เรามาไม่ได้ตรงวันนั้นๆ เอาไว้คราวหน้า เจอกันใหม่นะ !






การเดินทาง
Tokyo Metro : Ginza Line สถานี Asakusa
ทางออกที่ 3 แล้วเดินตรงไปจนถึงสี่แยกใหญ่ จะเจอทางเข้าวัด
Toei Subway : Asakusa Line สถานี Asakusa
ทางออก A4 ขึ้นจากสถานี เลี้ยวขวาเดินออกไปยังถนนใหญ่ แล้วเลี้ยวซ้ายเดินไปตรงสี่แยกจะพบกับทางเข้าวัดอะซากุสะ ถ้าเลี้ยวขวาจะเจอวิวแม่น้ำซุมิดะ
แผนที่